You are here

การพัฒนายุทธศาสตร์การดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูงในโรงพยาบาลค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

Primary tabs

Titleการพัฒนายุทธศาสตร์การดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูงในโรงพยาบาลค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
Publication TypeThesis
Year of Publication2549
Authorsวิภาพร, วงศ์วนากุล
Universityมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Cityพิษณุโลก
Keywordsการดูแลตนเอง, การพัฒนายุทธศาสตร์การดูแลตนเอง, จังหวัดเพชรบูรณ์, ผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูง, ยุทธศาสตร์การดูแลตนเอง, โรคความดันโลหิตสูง, โรงพยาบาลค่ายพ่อขุนผาเมือง
Abstract

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันเลือดสูง 2) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันเลือดสูง 3) เพื่อศึกษาผลการใช้ยุทธศาสตร์ โดยเปรียบเทียบ ค่าดัชนีมวลกาย ระดับความดันเลือดระดับคอเลสเทอรอล ก่อนและหลังการใช้ยุทธศาสตร์ 4) เพื่อประเมินยุทธศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยความดันเลือดสูง ที่มารับการรักษาที่ห้องตรวจโรค โรงพยาบาลค่ายพ่อขุนผาเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วงเดือน ธันวาคม 2548 จำนวน 140 คน รวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตราฐาน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยมีการดูแลตนเอง ด้านการบริโภคระดับปานกลาง ด้านการปฏิบัติกิจกรรม ระดับดีมาก ด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพ และ ด้านการขจัดความเครียดระดับดี ผู้วิจัยได้กำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการบริโภค โดยนำไปใช้กับผู้ป่วยความดันเลือดสูง ที่สมัครใจเข้าร่วมการทดลอง จำนวน 30 คน ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วยการอบรมให้ความรู้เนื้อหาเกี่ยวกับ การบริโภค การปฏิบัติตามคู่มือ จัดกระบวนการกลุ่มการกระ ตุ้นเตือนทางไปรษณีย์ และการเยี่ยมบ้าน ผลการใช้ยุทธศาสตร์ได้เปรียบเทียบผลการทดลอง ด้วยค่าดัชนีมวลกาย ระดับความดันเลือด ระดับคอเลสเทอรอล ในเลือด ก่อนและหลังการทดลอง 3 เดือน และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย ก่อนและหลังการทดลอง ด้วยสถิติ t - test dependent นอกจากนี้ยังประเมินผลยุทธศาสตร์โดยใช้แบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังใช้ยุทธศาสตร์การดูแลตนเอง ผู้ป่วยมีค่าดัชนีมวลกายระดับความดันเลือด ระดับคอเลสเทอรอล ลดดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และยุทธศาสตร์มีความเหมาะสมในระดับมาก