You are here

รูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของตัวแปรที่ส่งผลต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร

Primary tabs

Titleรูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของตัวแปรที่ส่งผลต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร
Publication TypeThesis
Year of Publication2555
Authorsทัศนีย์, เนื้อไม้
Degreeครุศาสตรมหาบัณฑิต
Date Published2557-05-01
Universityมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Cityพิษณุโลก
Thesis Typeวิทยานิพนธ์/Thesis
Keywordsการดำเนินการประกันคุณภาพภายใน, การดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา, ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง, ตัวแปรที่ส่งผลต่อการดำเนินการประกันคุณภาพ, รูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง, สถานศึกษา, สพป.กำแพงเพชร, สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร
Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษารูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของตัวแปรที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต1 และเขต 2 2) เพื่อศึกษาขนาดอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต1 และเขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 และเขต 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 335 โรงเรียน โดยผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 335 คน และครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนจำนวน 335 คน ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ตัวแปรแฝง 5 ตัว ตัวแปรภายในแฝง คือ ปัจจัยสภาพลักษณะองค์กร ปัจจัยทรัพยากรในองค์กร และการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายใน ตัวแปรภายนอกแฝง คือปัจจัยสภาพภายนอกองค์กร และปัจจัยคุณลักษณะของผู้บริหาร ตัวแปรที่สังเกตได้ทั้งหมด 26 ตัวแปร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามชนิดมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS for windows เพื่อหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย ความความเบ้ และค่าความโด่ง การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และใช้โปรแกรม LISREL for Windows ในการวิเคราะห์โครงสร้างความสัมพันธ์เชิงเส้น ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของตัวแปรที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ให้ค่าไค-สแควร์ (X2) มีค่าเท่ากับ474.44 ระดับองศาอิสระ(df) มีค่าเท่ากับ 268 ค่าไค-สแควร์สัมพัทธ์ (X2 / df) มีค่าเท่ากับ 1.77 ค่าดัชนีระดับความกลบเกลื่อน (GFI) มีค่าเท่ากับ 0.90 ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGF) มีค่าเท่ากับ 0.87 ค่าดัชนีรากของค่าเฉลี่ยกำลังสองของเศษ(RMR) มีค่าเท่ากับ 0.012 ค่ารากกำลังสองเฉลี่ยของค่าความแตกต่างโดยประมาณ (RMSEA) มีค่าเท่ากับ 0.048 ตัวแปรภายในรูปแบบร่วมกันพยากรณ์การดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ได้ร้อยละ 84 โดยปัจจัยสภาพลักษณะองค์กร ได้ร้อยละ 72 และปัจจัยร้อยละ 72 และปัจจัยทรัพยากรในองค์กร ได้ร้อยละ 67 2. ขนาดอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร 2.1 ตัวแปรปัจจัยสภาพภายนอก (EXTERNAL) ส่งผลทางตรงต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา (MIQA) มีอิทธิพลเท่ากับ 0.31 และส่งผลทางอ้อมมีอิทธิพลเท่ากับ 0.20 มีอิทธิพลรวมเท่ากับ 0.51 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2 ตัวแปรคุณลักษณะของผู้บริหาร (TRAIT) ส่งผลทางตรงต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา (MIQA) มีอิทธิพลเท่ากับ 0.36 และส่งผลทางอ้มมีอิทธิพลเท่ากับ 0.10 มีอิทธิพลรวมเท่ากับ 0.46 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.3 ตัวแปรปัจจัยสภาพลักษณะองค์กร (ORGANI) ส่งผลทางตรงต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา (MIQA) มีอิทธิพลเท่ากับ 0.30 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.4 ตัวแปรปัจจัยทรัพยากรในองค์กร (RESOURE) ส่งผลทางตรงต่อการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา (MIQA) มีอิทธิพลเท่ากับ 0.49 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05