You are here

การศึกษาความคิดเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษาของธนาคารออมสิน (ธนาคารชุมชน) ต่อผลการดำเนินงานของธนาคารออมสิน (ธนคารชุมชน)

Primary tabs

Titleการศึกษาความคิดเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษาของธนาคารออมสิน (ธนาคารชุมชน) ต่อผลการดำเนินงานของธนาคารออมสิน (ธนคารชุมชน)
Publication TypeThesis
Year of Publication2547
Authorsสุพัฒน์, เกิดมงคล
Degreeครุศาสตรมหาบัณฑิต
Universityมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Cityพิษณุโลก
Keywordsการดำเนินงาน, คณะกรรมการที่ปรึกษาของธนาคารออมสิน, ความคิดเห็น, ธนาคารชุมชน, ผลการดำเนินงานของธนาคารออมสิน
Abstract

การวิจัยการศึกษาความพร้อมการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนฐานของ สถานศึกษาตามทรรศนะของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 3 มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความพร้อมของสถานศึกษาในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามทรรศนะของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก ในความพร้อมด้านการเตรียมการ ความพร้อมด้านการดำเนินการและความพร้อมด้านการประเมินผลและรายงานผล จำแนกตามวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ด้านการบริหารและขนาดของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้บริหารสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 ปีการศึกษา 2546 จำนวน 130 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ และแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมุติฐานด้วยค่า t-test และ F-test ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 มีทรรศนะต่อความพร้อมในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้านการเตรียมการอยู่ในระดับปานกลาง 2. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 มีทรรศนะต่อความพร้อมในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้านการดำเนินการอยู่ในระดับปานกลาง 3. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 มีทรรศนะต่อความพร้อมในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้านการประเมินผลและรายงานผลอยู่ในระดับปานกลาง 4. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 มีทรรศนะต่อความพร้อมในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เมื่อจำแนกตามวุฒิการศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกันแต่เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีมีความพร้อมในด้านการเตรียมการบุคลากร ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำจัดหาวัสดุอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและด้านการดำเนินการบริหารงานบุคคลมากกว่าผู้บริหารสถานศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 มีทรรศนะต่อความพร้อมในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เมื่อจำแนกตามประสบการณ์บริหารในภาพรวมไม่แตกต่างกันแต่เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการบริหาร 5 – 10 ปีและมากกว่า 10 ปี มีความพร้อมด้านการเตรียมการวัสดุอุปกรณ์อาคารสถานที่ ตลอดจนการให้คณะครูมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพและจัดให้มีการระดมทรัพยากรในท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้านและขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ เพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนมากกว่าผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารน้อยกว่า 5 ปีและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 6. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 3 มีทรรศนะต่อความพร้อมในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เมื่อจำแนกตามประสบการณ์บริหารในภาพรวมไม่แตกต่างกันแต่เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาที่มีขนาดโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่มีความพร้อมในการให้คณะครูมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำ จัดหาวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องมากกว่าผู้บริหารสถานศึกษาที่มีขนาดโรงเรียนเล็กและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05