You are here

แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนายทหารชั้นประทวน กองพันทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก

Primary tabs

Titleแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนายทหารชั้นประทวน กองพันทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก
Publication TypeThesis
Year of Publication2556
Authorsคเชนทร์, ช่างน้อย
Degreeศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
Date Published2557-09-22
Universityมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Cityพิษณุโลก
Thesis Typeวิทยานิพนธ์/Thesis
Keywordsกองพันทหารม้าที่ 9, ค่าย บชร., ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ, จังหวัดพิษณุโลก, นายทหารชั้นประทวน, แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต
Abstract

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบผสมผสาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตของนายทหารชั้นประทวนในกองทัพทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก และเพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของนายทหารชั้นประทวนในกองทัพทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก โดยกลุ่มตัวอย่างในการใช้แบบสอบถามคือ นายทหารชั้นประทวนกองพันทหารม้าที่ 9 จำนวน 122 คน และกลุ่มที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ได้แก่ นายทหารชั้นสัญญาบัตรของหน่วยทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ คือ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ และผู้บังคับบัญกองร้อย จำนวน 8 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้รูปแบบการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตของนายทหารชั้นประทวน กองพันทหารม้าที่ 9 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในระดับสูง ได้แก่ 1. ด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกลักษณะและปลอดภัย 2. ด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากร 3. ด้านความก้าวหน้าและมั่นคงในงาน 4. ด้านการทำงานร่วมกัน 5.ด้านธรรมนูญในองค์การ 6. ด้านความเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่วนด้านค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเพียงพอ และด้านความสมดุลระหว่าชีวิตการทำงาน มีความคิดเห็นในระดับปานกลาง ดังนั้น จึงนำสู่การหาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนี้ 1. การบริหารจัดการค่าตอบแทน ควรมีการนำเกณฑ์การประเมินผลงานที่เป็นธรรมและชัดเจนเพื่อนำเป็นเกณฑ์ในการจ่ายเงินค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยงต่างๆ รวมถึงการปรับเลื่อนตำแหน่ง และ2. ควรมีกองทุนให้กู้ยืมฉุกเฉินสำหรับนายทหารในระดับต่างๆ โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ 3.ส่วนความสมดุลระหว่างชีวิตและการดำเนินงาน ควรมีการดำเนินการจัดเวลาทำงานและเวลาให้สมดุลสำหรับบุคลากรทุกระดับ รวมถึงส่งเสริมการทำกิจกรรมร่ววมกันของครอบครัวบุคลากร