You are here

สืบค้นงานวิจัยและวิทยานิพนธ์

การศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดกำแพงเพชร

Primary tabs

Titleการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดกำแพงเพชร
Publication TypeThesis
Year of Publication2545
Authorsนันทวัน, มาลยเวช
Academic Departmentมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Degreeครุศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาศาสตร์ศึกษา
Universityมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Cityพิษณุโลก
Keywordsการศึกษาและการสอน, ครูวิทยาศาสตร์, วิทยาศาสตร์
Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จำแนกตามเพศ อายุ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการสอน การได้รับการอบรมการสอนวิทยาศาสตร์ สังกัด และที่ตั้งของโรงเรียนของครูวิทยาศาสตร์ประชากร คือ ครูวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชรและกรมสามัญศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 187 คน และกลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จำนวน 128 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือแบบสอบถามวิเคราะห์โดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ค่าความแปรปรวนแบบทางเดียว และเปรียบเทียบค่าความแตกต่างรายคู่โดยวิธีของเชฟเฟ่ ผลการวิจัยพบว่า 1. ครูวิทยาศาสตร์มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมอยู่ในระดับสูงเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีทักษะมาก 3 อันดับแรก คือ ทักษะด้านการทดลอง ทักษะด้านการจำแนกประเภท และทักษะด้านการสังเกต มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.01,3.91 และ 3.88 ตามลำดับ 2. ครูวิทยาศาสตร์ที่มีเพศต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในด้านการตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป ส่วนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 3. ครูวิทยาศาสตร์ที่มีอายุต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในด้านการทดลอง ด้านการตั้งสมมติฐาน ด้านการจัดกระทำและสื่อความหมายของข้อมูล และด้านการคำนวณ ส่วนทักษะกรับวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 4. ครูวิทยาศาสตร์ที่มีวุฒิการศึกษาต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในด้านการสังเกต ด้านการตั้งสมมติฐาน และด้านการกำหนดและควบคุมตัวแปร ส่วนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 5. ครูวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์ในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในด้านการจัดกระทำและสื่อความหมายของข้อมูล ด้านการคำนวณ ด้านการพยากรณ์ และด้านการจำแนกประเภทส่วนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 6. ครูวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการอบรมหลักสูตรการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในด้านการทดลองด้านการหาความสัมพันธ์ระหว่างปริภูมิกับปริภูมิและระหว่างปริภูมิกับเวลา และด้านการจำแนกประเภท ส่วนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 7. ครูวิทยาศาสตร์ที่มีสังกัดของโรงเรียนต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในภาพรวมด้านการทดลอง ด้านการลงความเห็นจากข้อมูล ด้านการหาความสัมพันธ์ระหว่างปริภูมิกับปริภูมิและระหว่างปริภูมิกับเวลา และด้านการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร ส่วนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 8. ครูวิทยาศาสตร์ที่มีที่ตั้งโรงเรียนต่างกันมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในด้านการลงความเห็นจากข้อมูล ด้านการคำนวณ และด้านการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร ส่วนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน