You are here

การศึกษาพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาที่เอื้อต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ตามความคิดเห็นของครูประถมศึกษา จังหวัดพิษณุโลก

Primary tabs

Titleการศึกษาพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาที่เอื้อต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ตามความคิดเห็นของครูประถมศึกษา จังหวัดพิษณุโลก
Publication TypeThesis
Year of Publication2547
Authorsอุบล, ทองพันธ์
Degreeครุศาสตรมหาบัณฑิต
Universityมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Cityพิษณุโลก
Keywordsครูประถมศึกษา, ความคิดเห็น, จังหวัดพิษณุโลก, ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542, พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542, พฤติกรรมผู้นำ
Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษาพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ตามความคิดเห็นของครูประถมศึกษาในจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ครูประถมศึกษา จำนวน 325 คน จำแนกเป็นครูในเมือง 202คน ครูในชนบท 123 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นด้วยตัวเอง แบ่งออกเป็น 2 ตอนคือ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเลือกตอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัว ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามวัดเจตคติประเมินค่า 7 ระดับ ของ ออสกูด (Osgood) เพื่อวัดพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 30 ข้อ ผลการวิจัยพบว่า 1. ครูเพศชายและครูผู้หญิงมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดพิษณุโลก ไม่แตกต่างกัน มีแนวโน้มว่า ครูเพศชายต้องการผู้บริหารโรงเรียนที่มีพฤตกรรมผู้นำแบบมุ่งงานมากกว่าครูเพศหญิง 2. ครูในเมืองและครูในชนบท มีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดพิษณุโลก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 กล่าวคือ ครูในเมืองต้องการผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ที่มีพฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งงานมากกว่าครูชนบท 3. ครูที่ประสบการณ์ในการทำงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดพิษณุโลก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยพบว่าครูที่มีประสบการณ์ในการทำงาน 21 ปีขึ้นไป ต้องการผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาที่มีพฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งงานมากกว่าครูที่มีประสบการณ์ในการทำงานระหว่าง 1 – 10 ปี 4. สำหรับการจำแนกวิเคราะห์เปรียบเทียบเป็นรายด้าน พบว่า ครูในเมืองและครูในชนบทมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จำนวน 4 ด้าน คือ ด้านสนับสนุนการกระจายอำนาจประสานความร่วมมือกับชุมชน ( = .01)ด้านสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต (=.01) ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการศึกษา((=.01) และด้านการระดมทรัพยากรจากแหล่งชุมชนมาใช้ในการจัดการศึกษา ((=.05) กล่าวคือ ครูในเมืองต้องการผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาที่มีพฤติกรรมผู้นำ แบบมุ่งงานมากกว่าครูในชนบททั้ง 4 ด้าน และครูที่มีประสบการณ์ทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแตกต่างกัน 2 ด้าน คือ ด้านการประกันคุณภาพการศึกษามาตรฐานการศึกษา((=.05) และด้านการสนับสนุนการกระจายอำนาจประสานความร่วมมือกับชุมชน((=.01) กล่าวคือ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงาน 21 ปีขึ้นไป ต้องการผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาที่มีพฤติกรรมผู้นำแบบม่งงานมากกว่าครูที่มีประสบการณ์ในการทำงานระหว่าง 1 – 10 ปีทั้ง 2 ด้าน